>
เมื่อ AI คัดผู้สมัครอย่างลำเอียง การที่ให้ "คน" ตัดสินใจในขั้นตอนสุดท้ายจะช่วยแก้ได้จริงหรือ?
Article
September 1, 2026

เมื่อ AI คัดผู้สมัครอย่างลำเอียง การที่ให้ "คน" ตัดสินใจในขั้นตอนสุดท้ายจะช่วยแก้ได้จริงหรือ?

การมีมนุษย์เป็นผู้ตัดสินใจขั้นสุดท้ายอาจไม่ได้ป้องกันอคติจาก AI เสมอไป งานวิจัยจาก University of Washington พบว่า เมื่อ AI แสดงคำแนะนำที่ลำเอียง ผู้ประเมินมีแนวโน้มตัดสินใจตาม และเมื่ออคติของระบบรุนแรง คนเลือกตามคำแนะนำของ AI ประมาณ 90% ชวน HR กลับมาทบทวนว่า Human in the Loop ที่ใช้อยู่กำลังตรวจสอบ AI จริง ๆ หรือเพียงรับรองสิ่งที่ระบบเลือกไว้แล้ว

เวลาถูกถามว่า AI คัดใบสมัครลำเอียงได้ไหม คำตอบที่ได้ยินบ่อยที่สุดคำตอบหนึ่งคือ “ไม่เป็นไร สุดท้ายก็ยังมีคนเป็นคนตัดสินใจอยู่ดี”

ฟังดูสมเหตุสมผล เพราะต่อให้ AI ลำเอียง อย่างน้อยก็น่าจะยังมีคนคอยตรวจสอบอีกชั้นหนึ่ง

แต่ทีมนักวิจัยจาก University of Washington ลองนำสมมติฐานนี้ไปทดสอบจริง และพบว่า การมีคนอยู่ในกระบวนการอาจไม่ได้ช่วยป้องกันอคติอย่างที่คิด

...

ในปี 2024 Kyra Wilson, Aylin Caliskan และทีมวิจัย นำโมเดลภาษาขนาดใหญ่จาก Mistral AI, Salesforce และ Contextual AI มาทดลองจัดอันดับผู้สมัครงาน

การทดลองใช้เรซูเม่จริงมากกว่า 550 ฉบับ ชื่อที่สื่อถึงเชื้อชาติและเพศจำนวน 120 ชื่อ และประกาศงานจริงกว่า 500 ตำแหน่งใน 9 สายอาชีพ รวมแล้วเกิดการเปรียบเทียบระหว่างเรซูเม่กับงานมากกว่า 3 ล้านครั้ง

ผลที่ได้ชัดเจนจนน่ากังวล

ทั้งที่คุณสมบัติในเรซูเม่เหมือนกัน แต่เมื่อเปลี่ยนชื่อซึ่งสื่อถึงเชื้อชาติหรือเพศ อันดับที่ AI ให้กลับเปลี่ยนตามไปด้วย

โมเดลเลือกชื่อที่ถูกมองว่าเป็นคนผิวขาว 85% ของครั้ง เทียบกับชื่อที่ถูกมองว่าเป็นคนผิวดำเพียง 9%

ส่วนในมิติเพศ โมเดลเลือกชื่อที่ถูกมองว่าเป็นผู้ชาย 52% เทียบกับชื่อที่ถูกมองว่าเป็นผู้หญิงเพียง 11%

แต่คำถามสำคัญก็คือ

ถ้าเราให้ “คน” เป็นผู้ตัดสินใจขั้นสุดท้าย อคติของ AI จะยังส่งผลอยู่ไหม?

ในปี 2025 ทีมวิจัยเดิมจึงทำการทดลองต่อ คราวนี้ใส่คนกลับเข้าไปในกระบวนการ

ผู้เข้าร่วม 528 คนในสหรัฐฯ ได้รับมอบหมายให้คัดเลือกผู้สมัครสำหรับงาน 16 ประเภท โดยมีคำแนะนำจาก AI ประกอบ

ผู้สมัครที่นำมาเปรียบเทียบมีคุณสมบัติเท่าเทียมกัน แต่ AI ถูกจำลองให้แสดงอคติทางเชื้อชาติในระดับต่าง ๆ

ผลที่เกิดขึ้นน่าสนใจมาก

เมื่อไม่มีคำแนะนำจาก AI หรือเมื่อคำแนะนำของ AI เป็นกลาง ผู้เข้าร่วมเลือกผู้สมัครผิวขาวและผู้สมัครกลุ่มอื่นในสัดส่วนใกล้เคียงกัน

แต่ทันทีที่ AI เริ่มลำเอียง คนก็เริ่มลำเอียงตาม

ถ้า AI ให้ความสำคัญกับผู้สมัครผิวขาว คนก็เลือกผู้สมัครผิวขาวมากขึ้น
ถ้า AI ให้ความสำคัญกับผู้สมัครกลุ่มอื่น คนก็เอนเอียงไปในทิศทางนั้นเช่นกัน
และเมื่อ AI แสดงอคติอย่างรุนแรง ผู้เข้าร่วมเลือกตามคำแนะนำของระบบประมาณ 90%

พูดอีกอย่างคือ ก่อนเห็นคำแนะนำจาก AI คนกลุ่มนี้แทบไม่ได้แสดงอคติออกมา แต่อคติปรากฏขึ้น หลังจากระบบจัดลำดับไว้ให้แล้ว

ดังนั้น “มนุษย์เป็นผู้ตัดสินใจขั้นสุดท้าย” จึงไม่ได้รับประกันว่าการตัดสินใจนั้นจะเป็นอิสระจาก AI เพราะคนอาจไม่ได้กำลังตรวจสอบระบบอย่างแท้จริง แต่อาจเพียงรับรองสิ่งที่ระบบเสนอมา

Human in the loop ที่ไม่ได้ออกแบบให้ดี จึงอาจไม่ใช่เกราะป้องกัน แต่มันคือตรายางรับรองความลำเอียง

อย่างไรก็ตาม งานวิจัยยังพบสัญญาณที่ให้ความหวังอยู่หนึ่งอย่าง คือ เมื่อผู้เข้าร่วมทำแบบทดสอบอคติแฝงก่อนเริ่มคัดเลือกผู้สมัคร อคติในการตัดสินใจลดลงประมาณ 13%

แค่การเตือนให้คนตระหนักว่า ตัวเองอาจได้รับอิทธิพลจากอคติ ก็ช่วยเปลี่ยนผลลัพธ์ได้ระดับหนึ่ง

มีบทเรียนสามข้อที่ HR นำกลับมาพิจารณาได้จากเรื่องนี้

ข้อแรก อย่าถือว่า “มีคนรีวิวอยู่แล้ว” เป็นมาตรการควบคุมที่เพียงพอ

ถ้าคนเห็นคะแนนหรืออันดับจากระบบก่อนอ่านข้อมูลผู้สมัครอย่างอิสระ อคติอาจถูกฝังลงในการตัดสินใจตั้งแต่ก่อนที่การรีวิวจะเริ่มขึ้นเสียอีก

ข้อสอง "ลองสลับลำดับของข้อมูล"

ให้ผู้ประเมินอ่านคุณสมบัติและตัดสินใจเบื้องต้นก่อน แล้วจึงเปิดดูคะแนนหรือคำแนะนำจากระบบ เพื่อช่วยลดโอกาสที่อันดับของ AI จะกลายเป็นจุดยึดทางความคิด

ข้อสาม "หากองค์กรจะตรวจสอบอคติของระบบ ควรทำอย่างเป็นทางการ"

ต้องมีผู้รับผิดชอบ ขอบเขตการตรวจสอบ เอกสารประกอบ และการติดตามผลที่ชัดเจน ส่วนการให้ฝ่ายกฎหมายเข้ามามีส่วนร่วมควรออกแบบให้เหมาะกับกฎหมายและบริบทของแต่ละประเทศ ไม่ใช่เพื่อเก็บผลการตรวจสอบไว้เฉย ๆ แต่เพื่อให้องค์กรแก้ไขความเสี่ยงที่ค้นพบได้จริง

เทคโนโลยีคัดคนไม่ได้ผิดในตัวมันเอง แต่มันสามารถขยายสิ่งที่เราออกแบบไว้ได้อย่างรวดเร็ว ทั้งส่วนที่ตั้งใจและส่วนที่เราไม่เคยมองเห็น

คำถามจึงไม่ใช่เพียงว่า

“สุดท้ายมีคนเป็นผู้ตัดสินใจหรือเปล่า?”

แต่ต้องถามต่อว่า

“คนตัดสินใจอย่างเป็นอิสระจริง ๆ หรือเพียงเห็นสิ่งที่ AI เลือกไว้ แล้วกดอนุมัติตาม?”

รอบล่าสุดที่เราคัดคน ผู้ประเมินได้อ่านคุณสมบัติของผู้สมัครก่อน

หรือเห็นอันดับจากระบบก่อนกันแน่?

Source:

University of Washington, "AI bias in resume screening" (31 ต.ค. 2024) https://www.washington.edu/news/2024/10/31/ai-bias-resume-screening-race-gender/

University of Washington, "People mirror AI systems' hiring biases, study finds" (10 พ.ย. 2025) — Wilson, Caliskan และคณะ https://www.washington.edu/news/2025/11/10/people-mirror-ai-systems-hiring-biases-study-finds- Proskauer, Law and the Workplace

#AIinHR #FutureOfWork #HRThailand #Recruitment #TalentAcquisition #AIGovernance

Tag:
Article
Share this post:
ถนอมรัตน์ ฟองเลา
Content Curator & Edito

Related Knowledge Hub

Join for free and get personalized recommendations, updates and offers.
Article
YYSystem: จากเครื่องมือจดบันทึก สู่ “หู” ที่ช่วยให้ทุกคนได้เป็นส่วนหนึ่งของบทสนทนา
YYSystem ของ AISIN เริ่มต้นจากเครื่องมือแปลงเสียงพูดเป็นข้อความสำหรับการทำงาน ก่อนทีมพัฒนาจะค้นพบว่า เทคโนโลยีเดียวกันช่วยให้พนักงานที่หูหนวกหรือมีปัญหาด้านการได้ยิน เข้าถึงบทสนทนา หัวเราะไปพร้อมกับเพื่อนร่วมงาน และมีส่วนร่วมในที่ทำงานได้มากขึ้น เรื่องเล่าเล็ก ๆ ที่ชวน HR มองว่า นวัตกรรมเพื่อ Inclusion บางครั้งอาจซ่อนอยู่ในเครื่องมือที่องค์กรมีอยู่แล้ว
September 2, 2026
Article
เมื่อการบอกว่า ‘งานชิ้นนี้ใช้ AI ช่วย’ ทำให้คนไว้ใจเราน้อยลง
งานวิจัยจากการทดลอง 13 ชุดพบว่า เมื่อคนเปิดเผยว่าใช้ AI ช่วยทำงาน พวกเขากลับได้รับความไว้วางใจน้อยลง และผลกระทบยังเกิดขึ้นในการสรรหาพนักงาน แต่การปิดบังก็ไม่ใช่คำตอบ เพราะหากถูกเปิดเผยภายหลัง ความไว้วางใจอาจลดลงยิ่งกว่าเดิม แล้วองค์กรควรออกแบบกติกาการใช้ AI อย่างไร เพื่อไม่ให้ความโปร่งใสกลายเป็นภาระของคนซื่อสัตย์?
September 2, 2026
Article
Copilot Notebooks คืออะไร? และ HR เอาไปใช้ทำอะไรได้บ้าง
Copilot Notebooks ช่วยรวบรวมข้อมูลจากเอกสาร อีเมล และการประชุมไว้ในพื้นที่เดียว ก่อนใช้ AI สรุป วิเคราะห์ และต่อยอดเป็น Word, PowerPoint หรือ Excel มาดูกันว่า HR สามารถนำเครื่องมือนี้ไปใช้กับงานจริงได้อย่างไร และมีเรื่องใดที่ต้องระวังเมื่อต้องจัดการข้อมูลพนักงาน
September 2, 2026