หลายคนอาจรู้จัก โกโก้ กกกร เบญจาธิกูล จากบท “เจ๊เปีย” ในภาพยนตร์ สตรีเหล็ก หรือบท “วีนัส” ในละคร มาตาลดา
แต่มีอีกบทบาทหนึ่งที่เธอทำมาอย่างต่อเนื่องกว่า 10 ปี
บทบาทที่ไม่มีบทให้ท่อง ไม่มีคนดู และบางครั้ง...สิ่งสำคัญที่สุดกลับเป็นการไม่พูดอะไรเลย
นั่นคือการเป็น “นักฟัง”
ในฐานะอาสาสมัครนักฟังของธนาคารสติ พี่โกโก้ผ่านการรับฟังเรื่องราวของผู้คนที่กำลังเผชิญความทุกข์ ทั้งผ่านข้อความ โทรศัพท์ และการนั่งอยู่ตรงหน้าด้วยกัน
เรื่องที่ถูกเล่ามีตั้งแต่ความสัมพันธ์ การทำงาน ครอบครัว ไปจนถึงช่วงเวลาที่ชีวิตของใครบางคนกำลังหนักเกินกว่าจะรับมือคนเดียว
10 กว่าปีของการฟังไม่ได้ทำให้เธอมีคำตอบสำหรับทุกปัญหา
ตรงกันข้าม...
สิ่งหนึ่งที่เส้นทางนี้ค่อย ๆ สอน คือ บางครั้งสิ่งที่คนตรงหน้าต้องการมากที่สุด อาจไม่ใช่คำตอบจากเราเลย

ยิ่งอยากช่วย บางครั้งเรายิ่งรีบ
เวลาใครสักคนเดินเข้ามาพร้อมปัญหา สัญชาตญาณแรกของเรามักเป็นการอยากทำอะไรสักอย่าง
เสนอทางออก
เล่าประสบการณ์ของตัวเอง
บอกว่า “ถ้าเป็นเรา...”
หรือรีบปลอบให้เขารู้สึกดีขึ้น
ทั้งหมดนี้เกิดจาก "ความหวังดี"
แต่ความหวังดีที่มาเร็วเกินไป ก็อาจทำให้เราหลุดออกจากบทบาทของ “คนฟัง” โดยไม่รู้ตัว
พี่โกโก้อธิบายเรื่องนี้ไว้ชัดมากว่า
“เราคิดว่ากำลังช่วยเขาด้วยการรีบพูดต่อ
แต่จริง ๆ แล้ว เรากำลังพาบทสนทนาออกจากเรื่องของเขา
มาเป็นเรื่องของเราแทน”
เมื่อเราฟังไปพร้อมกับคิดว่า “เดี๋ยวจะตอบอะไร” หรือ “ถ้าเป็นเรา เราจะทำแบบไหน” จุดสนใจของบทสนทนาก็เริ่มเคลื่อนจากเรื่องของคนตรงหน้า กลับมาอยู่ที่ตัวเรา
งานวิจัยเรื่องคำแนะนำในที่ทำงานก็พบสิ่งที่น่าสนใจในทิศทางเดียวกัน คือคำแนะนำที่ผู้รับไม่ได้ร้องขอ มีแนวโน้มถูกตีความว่าเกิดจากแรงจูงใจเพื่อตัวผู้ให้มากกว่าคำแนะนำที่ผู้รับเป็นฝ่ายขอเอง
ไม่ได้หมายความว่า “อย่าให้คำแนะนำ”
แต่อาจหมายความว่า ก่อนจะรีบช่วย เราควรฟังให้รู้ก่อนว่า
ตอนนี้เขากำลังต้องการ “ทางออก”
หรือกำลังต้องการ “พื้นที่ให้พูด”

แม้แต่คำปลอบใจ ก็อาจมาเร็วเกินไป
“หนูรู้สึกแย่มากที่พลาดงานนี้ไป...”
“ไม่เป็นไรนะ อย่าคิดมาก ทุกคนก็เคยพลาด”
เป็นบทสนทนาที่เรามักพบได้ในที่ทำงานทุก ๆ วัน
คนตอบไม่ได้ทำอะไรผิด เขากำลังพยายามทำให้คนตรงหน้ารู้สึกดีขึ้น
แต่ถ้าคนพูดยังมีอีกหลายอย่างที่อยากเล่าล่ะ?
ถ้าเขายังอยากพูดว่าเรื่องนี้กระทบเขาอย่างไร?
เขากลัวอะไร?
หรือมีบางอย่างที่เพิ่งรวบรวมความกล้าพอจะพูดออกมา
คำปลอบใจที่มาเร็วเกินไป อาจทำให้บทสนทนาปิดลงก่อนที่เรื่องจริงจะได้เริ่ม
พี่โกโก้เปรียบเรื่องนี้ให้ฟังว่า...
“การปลอบใจเร็วเกินไป
บางทีก็เหมือนการปิดทางระบายความรู้สึกของเขา
ก่อนที่เขาจะได้พูดออกมาให้หมด”
การฟังอย่างลึกจึงไม่ได้หมายถึงการทำให้อีกฝ่ายรู้สึกดีขึ้นให้เร็วที่สุด
บางครั้งเราเพียงต้องอยู่ตรงนั้นให้นานพอ
จนเขาได้พูดสิ่งที่ต้องการพูดออกมาให้หมดก่อน
ร่างกายอยู่ตรงหน้า แต่ใจอาจไม่ได้อยู่ด้วย
เราสามารถนั่งอยู่ตรงหน้าคนคนหนึ่ง
สบตา
พยักหน้า
และไม่ได้ลุกไปไหน
แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเรายัง “อยู่” ในบทสนทนานั้นจริง ๆ
พี่โกโก้พูดถึงเรื่องนี้ไว้ว่า...
“ร่างกายอยู่ตรงหน้ากันได้ แต่ใจไม่ได้อยู่ด้วยกันเสมอไป และคนที่พูดอยู่มักจะรู้สึกได้”
ประโยคหลังสำคัญมาก
คนที่พูดอยู่ มักจะรู้สึกได้
เราหลุดไปคิดเรื่องอื่นหรือเปล่า?
เหลือบมองโทรศัพท์ไหม?
เริ่มรีบจะจบบทสนทนาหรือยัง?
หรือกำลังตั้งใจฟังสิ่งที่เขาพูดอยู่จริง ๆ
งานวิจัยของ Przybylski และ Weinstein จาก University of Essex พบว่า แม้เพียงการมีโทรศัพท์มือถืออยู่ในบริเวณที่คนสองคนกำลังสนทนากัน ก็สามารถกระทบความรู้สึกใกล้ชิดและคุณภาพความสัมพันธ์ได้ โดยเฉพาะเมื่อบทสนทนานั้นเป็นเรื่องที่มีความหมาย
บางทีการฟังจึงไม่ได้อยู่ที่ว่า “หูเราได้ยินหรือไม่”
แต่อยู่ที่ว่า...
คนตรงหน้ารู้สึกไหมว่า...
ตอนนี้เรายังอยู่กับเขา
.png)
ฟัง ณ ปัจจุบัน คือการฟังมากกว่าคำพูด
เมื่อเราอยู่กับบทสนทนาได้นานพอ สิ่งที่เริ่มได้ยินอาจไม่ใช่เพียงเนื้อหาของประโยค
บางครั้งน้ำเสียงเปลี่ยนไป
บางคำถูกพูดซ้ำ
บางช่วงพูดเร็วขึ้น
บางช่วงกลับเงียบลง
หรือมีเรื่องบางเรื่องที่ถูกเล่าวนอยู่รอบ ๆ แต่ยังไม่ถูกพูดออกมาตรง ๆ
พี่โกโก้อธิบายการฟังในจังหวะนี้ว่า...
“ฟัง ณ ปัจจุบัน
ไม่ใช่แค่ฟังคำพูด
แต่คือการได้ยินสิ่งที่อยู่เบื้องหลังคำพูดด้วย”
สิ่งที่อยู่เบื้องหลังคำพูดไม่ได้หมายถึงการอ่านใจหรือเดาเอาเองว่าอีกฝ่ายกำลังรู้สึกอะไร
แต่มันคือการสังเกตว่า กำลังเกิดอะไรขึ้นตรงหน้าเราจริง ๆ
เขาพูดอะไร
น้ำเสียงเปลี่ยนตรงไหน
จังหวะไหนที่เงียบ
และมีอะไรที่เรายังไม่เข้าใจ
นี่อาจเป็นจุดที่การฟังเริ่มเคลื่อนจากการ “รับข้อมูล” ไปสู่การ “มองเห็นคน”
บางครั้งคำถาม 1 คำถาม
ทำงานมากกว่าคำแนะนำ 10 ข้อ
มีเหตุการณ์เล็ก ๆ ในบทสัมภาษณ์ของ The Cloud ที่สะท้อนวิธีคิดของพี่โกโก้ได้ดี
ผู้เขียนเล่าว่าตัวเองเป็น “สาวขี้แย” และมีความรู้สึกไม่ดีกับการเป็นคนร้องไห้ง่าย
โกโก้ไม่ได้บอกว่าไม่ควรรู้สึกแบบนั้น
ไม่ได้ปลอบว่า “ร้องไห้ไม่เป็นไร”
และไม่ได้บอกว่าต้องเปลี่ยนตัวเองอย่างไร
เธอถามกลับเพียงว่า...
“แล้วคำว่า ‘ขี้แย’ มาจากคนอื่น หรือเราบอกตัวเอง”
คำถามนั้นไม่ได้ให้คำตอบ
แต่มันกำลังคืนพื้นที่ให้คนพูดกลับไปฟังเสียงของตัวเองอีกครั้ง
ซึ่งเป็นความแตกต่างสำคัญระหว่าง การฟัง กับ การแก้ปัญหา
เวลาอยากแก้ปัญหา เรามักคิดว่า
“เราจะช่วยเขาอย่างไร?”
แต่ถ้าเป็นการฟัง เราอาจเริ่มจากอีกคำถามหนึ่ง
“มีอะไรในเรื่องของเขาที่เรายังไม่ได้ยิน?”
ก่อนจะฟังคนอื่น เราต้องได้ยินตัวเองด้วย
การฟังอย่างลึกไม่ได้หมายถึงการเปิดรับทุกเรื่องของทุกคนตลอดเวลา
เพราะขณะที่เราฟังคนอื่น ตัวเราก็ยังอยู่ในบทสนทนานั้นด้วย
เรามีประสบการณ์ ความเชื่อ อคติ ความกลัว และความต้องการที่จะเห็นคนตรงหน้าดีขึ้น
บางครั้งเรารีบให้คำแนะนำ เพราะเราเองทนอยู่กับความไม่แน่นอนของเขาได้ยาก
บางครั้งเรารีบปลอบ เพราะเราไม่รู้ว่าจะอยู่กับความเศร้าของคนตรงหน้าอย่างไร
และบางวัน เราเองก็ไม่มีพลังเหลือพอที่จะรับฟังใครจริง ๆ
การเป็นผู้ฟังที่ดีจึงไม่ใช่การหายตัวไปจากบทสนทนา
แต่คือการรู้ว่า...
อะไรคือเรื่องของเขา
และอะไรคือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในตัวเรา
รู้ว่าเมื่อไรควรฟังต่อ
เมื่อไรควรพัก
เมื่อไรควรรักษาขอบเขต
และเมื่อไรเรื่องตรงหน้าเกินขอบเขตที่เราจะช่วยได้
การฟังคนอื่นให้เป็น จึงเริ่มจากการฟังตัวเองให้เป็นด้วย

10 ปีของการฟัง ได้เรียนรู้เรื่องที่เรียบง่ายที่สุด
เมื่อมองย้อนกลับไป สิ่งที่น่าสนใจจากเส้นทางการเป็นผู้รับฟังของพี่โกโก้ อาจไม่ใช่การมี “เทคนิค” ที่ทำให้รู้ว่าต้องพูดอะไรในทุกสถานการณ์
แต่อาจเป็นการฝึกทำสิ่งหนึ่งที่มนุษย์ทำได้ยากมาก คือ
"การวางตัวเองลงชั่วคราว"
ไม่รีบตอบ
ไม่รีบแก้
ไม่รีบปลอบ
ไม่รีบตัดสิน
และไม่รีบเปลี่ยนเรื่องของคนตรงหน้า ให้กลายเป็นเรื่องที่เราเคยเจอ
เพื่อให้เขาได้มีพื้นที่เป็นเจ้าของเรื่องราวของตัวเอง
ซึ่งการฟังแบบนี้ไม่ใช่แค่พรสวรรค์ของคนบางคน
งานวิจัยของ Itzchakov, Weinstein และ Cheshin ศึกษาการฝึกทักษะการฟังในสถานที่ทำงาน พบว่าพนักงานที่ได้รับการฝึกมีความรู้สึกเชื่อมโยงกับเพื่อนร่วมงานสูงขึ้น ขณะที่ burnout และความตั้งใจลาออกลดลง และความแตกต่างเหล่านี้ยังพบในการติดตามผลอีก 3 สัปดาห์ต่อมา
เรื่องราวจากประสบการณ์ของนักฟังคนหนึ่ง จึงมาบรรจบกับสิ่งที่งานวิจัยกำลังบอกเราอีกทางหนึ่งว่า
การฟังเป็นสิ่งที่ฝึกได้
จุดเริ่มต้นของ Deep Listening อาจไม่ใช่การเรียนรู้ว่าเราควรพูดอะไรต่อ
แต่อาจเป็นการเรียนรู้ว่า...
เมื่อไร...เราควรยังไม่พูดอะไรเลย
จากประสบการณ์กว่า 10 ปี สู่ The 7L Deep Listening Model
ประสบการณ์จากการรับฟังผู้คน การออกแบบกระบวนการเรียนรู้ และการสำรวจตัวเองในฐานะผู้ฟัง ถูกนำมาพัฒนาเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตร
Deep Listening: Building a Listening Culture
1-Day Intensive Workshop | The 7L Deep Listening Model
Workshop & Practical ที่ไม่ได้เริ่มจากการสอนว่า “ผู้ฟังที่ดีต้องทำอะไร”
แต่พากลับไปสำรวจว่า เราเป็นใครในขณะที่กำลังฟัง ก่อนค่อย ๆ ฝึกการฟังในระดับที่ลึกขึ้น การก้าวข้ามอุปสรรคของการฟัง การฟังสิ่งที่อยู่เหนือถ้อยคำ การพาบทสนทนา การดูแลขอบเขตของผู้ฟัง และการนำการฟังกลับไปสร้างพื้นที่ที่ปลอดภัยขึ้นในทีมและองค์กร
วิทยากร คุณกกกร (โกโก้) เบญจาธิกูล
Facilitator, Volunteer Listener, Artist
ผู้มีประสบการณ์ด้านการรับฟังผู้คนและออกแบบกระบวนการเรียนรู้มากกว่า 10 ปี

1 ตุลาคม 2569

Grande Centre Point Ploenchit

PMAT Member 6,000 บาท | General 8,000 บาท
พิเศษ! มา 3 จ่าย 2
เหมาะสำหรับ Leaders • Managers • HR / ER / EX • People Professionals และทุกคนที่เชื่อว่า การฟังที่ดี สร้างที่ทำงานที่ดีขึ้นได้
สอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่งได้ที่ 061-821-4441 (โตโต้)
อ่านเรื่องราว "นักฟังนางมารร้ายศิษย์พระพุทธเจ้า" ได้ที่ https://readthecloud.com/.../cloud-of-thoughts/coco-gokgorn/
Download โบว์ชัวร์เพิ่มเติมได้ที่ https://shorturl.at/YwJJ6
ลงทะเบียนได้ที่ https://forms.gle/aCuNAaHvDMW4eNYf8

Source
- Landis, Fisher & Menges (2022), How Employees React to Unsolicited and Solicited Advice in the Workplace, Journal of Applied Psychology. PubMed / DOI
- Przybylski & Weinstein (2013), Can you connect with me now? How the presence of mobile communication technology influences face-to-face conversation quality, Journal of Social and Personal Relationships. SAGE / DOI
- Itzchakov, Weinstein & Cheshin (2023), Learning to listen: Downstream effects of listening training on employees' relatedness, burnout, and turnover intentions, Human Resource Management. Wiley Online Library
- The Cloud, บทสัมภาษณ์ “โกโก้ กกกร จากเจ๊เปียแห่งสตรีเหล็กสู่อาสาสมัครนักฟังและนางมารศิษย์พระอรหันต์”




.png)
.png)
.png)