เด็กคนหนึ่งอาจใช้สมาร์ตโฟนคล่องกว่าผู้ใหญ่หลาย ๆ คน
แต่ถ้าได้รับลิงก์น่าสงสัย เขาจะรู้หรือไม่ว่า "ควรกด" หรือ "ไม่ควรกด" เมื่อเข้าสู่เว็บไซต์ที่ขอข้อมูลสำคัญ เขาแยกออกหรือไม่ว่าเว็บไซต์นั้นปลอดภัย และเมื่อต้องตั้งค่าความเป็นส่วนตัว เขารู้จริงหรือเปล่าว่ากำลังอนุญาตให้อะไรเกิดขึ้น
ความคล่องแคล่วบนหน้าจออาจทำให้เรารู้สึกว่า คนรุ่นใหม่มีทักษะดิจิทัลติดตัวมาตั้งแต่เกิด
แต่ข้อมูลจาก NCFE กำลังชวนให้ตั้งคำถามว่า สิ่งที่เราเห็นนั้นคือ “ทักษะดิจิทัล” จริง ๆ หรือเป็นเพียง “ความคุ้นเคยกับการใช้เทคโนโลยี”
เมื่อเด็กที่โตมากับอินเทอร์เน็ต กลับมีช่องว่างเรื่องความปลอดภัยออนไลน์
NCFE องค์กรการกุศลด้านการศึกษาและหน่วยงานรับรองคุณวุฒิในสหราชอาณาจักร เปิดแบบประเมิน Essential Digital Skills ให้ประชาชนเข้าร่วมระหว่างวันที่ 2–27 กันยายน 2567 ภายใต้แคมเปญ No One Left Offline
มีผู้ทำแบบประเมินทั้งหมด 438 คน โดยใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 24 นาที แบบประเมินครอบคลุมทักษะดิจิทัล 5 ด้าน ได้แก่
- การใช้อุปกรณ์และจัดการข้อมูล
- การสร้างและแก้ไขเนื้อหา
- การสื่อสารผ่านช่องทางดิจิทัล
- การใช้อินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัยและรับผิดชอบ
- การทำธุรกรรมออนไลน์
ผลลัพธ์แบ่งระดับทักษะดิจิทัลออกเป็น Foundation, Entry Level และ Level 1 โดย Level 1 เป็นระดับสูงสุดในแบบประเมินชุดนี้
ผู้ตอบอายุไม่เกิน 18 ปี พบว่า 52% มีระดับทักษะดิจิทัลโดยรวมต่ำกว่า Level 1 แบ่งเป็นผู้ที่อยู่ในระดับ Entry Level 46% และ Foundation Level อีก 6%
ประเด็นที่น่าจับตามองอยู่ที่ “การใช้อินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัยและรับผิดชอบ”
ผู้ตอบแบบประเมินในช่วงอายุนี้ 46% อยู่ต่ำกว่า Level 1 ในทักษะดังกล่าว ซึ่งครอบคลุมเรื่องพื้นฐานอย่างการสังเกตลิงก์น่าสงสัย การตั้งค่าความเป็นส่วนตัว และการตรวจสอบว่าเว็บไซต์หรือเครือข่ายที่กำลังใช้งานมีความปลอดภัยหรือไม่
อีกด้านหนึ่งที่พบช่องว่างมากยิ่งกว่าคือ การทำธุรกรรมออนไลน์ โดยครึ่งหนึ่งของผู้ตอบอายุไม่เกิน 18 ปีอยู่ต่ำกว่า Level 1
ทักษะที่ใช้ในโลกออนไลน์ ไม่ได้เท่ากับทักษะที่งานต้องการ
เมื่อพิจารณาผู้ตอบทุกช่วงอายุ ทักษะที่ทำได้ดีที่สุดคือการสื่อสารผ่านช่องทางดิจิทัล ผู้ตอบประมาณ 4 ใน 5 อยู่ในระดับ Level 1
ทักษะในกลุ่มนี้ครอบคลุมการใช้เครื่องมืออย่างอีเมล โซเชียลมีเดีย WhatsApp, Zoom และ Microsoft Teams รวมถึงการส่งไฟล์ การสนทนาผ่านวิดีโอ และการสร้างหรือแก้ไขเอกสาร
แต่เมื่อเปลี่ยนจาก “การสื่อสาร” ไปเป็น “การทำธุรกรรม” ภาพกลับต่างออกไป ผู้ตอบ 1 ใน 4 อยู่ต่ำกว่า Level 1 ในเรื่องต่าง ๆ เช่น การสร้างบัญชีออนไลน์ การกรอกแบบฟอร์มเพื่อเข้าถึงบริการ การใช้แอปธนาคาร และการโอนเงิน
นี่คือช่องว่างสำคัญระหว่างการใช้เทคโนโลยีในชีวิตประจำวันกับการใช้เทคโนโลยีเพื่อจัดการงาน ข้อมูล และธุรกรรมที่มีความเสี่ยง
คน ๆ หนึ่งอาจแชต ส่งไฟล์ หรือประชุมออนไลน์ได้อย่างคล่องแคล่ว แต่ไม่ได้หมายความว่า เขาจะรู้วิธีจัดการข้อมูลอย่างปลอดภัย ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ หรือเลือกวิธีใช้งานระบบให้เหมาะสมกับความเสี่ยง
David Redden ผู้เชี่ยวชาญด้านทักษะดิจิทัลของ NCFE จึงเตือนว่า การเติบโตมาในโลกออนไลน์ไม่ได้ทำให้คนหนุ่มสาวพร้อมสำหรับการทำงานดิจิทัลได้โดยอัตโนมัติ
ช่องว่างนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับคนรุ่นใหม่
ผลการประเมินของ NCFE ยังพบว่า ผู้ตอบทุกช่วงอายุประมาณ 20% มีระดับทักษะดิจิทัลโดยรวมต่ำกว่า Level 1
ขณะเดียวกัน FutureDotNow ซึ่งเป็นเครือข่ายที่ผลักดันเรื่องการมีส่วนร่วมในโลกดิจิทัล ประเมินว่า ผู้ใหญ่วัยทำงานในสหราชอาณาจักรมากกว่า 20 ล้านคนยังไม่สามารถทำภารกิจดิจิทัลที่ภาคธุรกิจและภาครัฐมองว่าจำเป็นต่อการทำงานได้ครบทั้ง 20 รายการ
ตัวเลขนี้ไม่ได้หมายความว่าคนทั้งหมดใช้เทคโนโลยีไม่เป็น แต่อาจหมายถึงพวกเขาทำบางเรื่องได้และติดขัดในอีกบางเรื่อง เช่น ใช้เครื่องมือดิจิทัลร่วมกับผู้อื่น จัดการข้อมูล หรือทำงานผ่านระบบออนไลน์อย่างปลอดภัย
ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่ว่าใครเป็น “Digital Native” หรือใครไม่ใช่ แต่อยู่ที่แต่ละคนมีทักษะชุดใดแล้ว และยังขาดทักษะใดสำหรับงานที่ต้องรับผิดชอบจริง
L&D ต้องเลิกใช้ “อายุ” เป็นตัวแทนของ “ความพร้อม”
สำหรับ HR และ L&D สิ่งที่ควรนำกลับไปทบทวนไม่ใช่ข้อสรุปว่าเด็กยุคใหม่เก่งหรือไม่เก่งดิจิทัล
แต่คือวิธีที่องค์กรประเมินความพร้อมของพนักงาน
หากองค์กรเห็นว่าพนักงานรุ่นใหม่ใช้สมาร์ตโฟนและโซเชียลมีเดียคล่อง แล้วข้ามการประเมินทักษะดิจิทัลตั้งแต่วันแรก องค์กรอาจมองไม่เห็นช่องว่างที่ซ่อนอยู่จนกว่าจะเกิดความผิดพลาดจริง เช่น กดลิงก์หลอกลวง แชร์ข้อมูลผิดช่องทาง หรือนำข้อมูลสำคัญไปใช้กับเครื่องมือที่ไม่เหมาะสม
ในทางกลับกัน การเหมารวมว่าพนักงานอายุมากต้องมีทักษะดิจิทัลต่ำก็อาจผิดพลาดได้เช่นกัน เพราะในการประเมินของ NCFE กลุ่มอายุ 31–45 ปีและ 46–60 ปีมีสัดส่วนผู้ที่อยู่ในระดับ Level 1 สูงที่สุด
ทางเลือกที่แม่นยำกว่าจึงอาจเป็นการประเมินทักษะจากสิ่งที่พนักงานต้องทำจริง แยกเป็นรายด้าน และนำผลไปออกแบบเส้นทางพัฒนาที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นความปลอดภัยออนไลน์ การจัดการข้อมูล การทำธุรกรรม หรือการใช้เครื่องมือร่วมกันในที่ทำงาน
เพราะการเติบโตมากับจอ บอกเราได้เพียงว่าใครบางคน “คุ้นเคย” กับเทคโนโลยี
แต่ไม่ได้บอกว่าเขาพร้อมใช้เทคโนโลยีเพื่อรับผิดชอบงาน ข้อมูล และความเสี่ยงขององค์กรแล้วหรือยัง
องค์กรของเรากำลังประเมินทักษะดิจิทัลของพนักงานจากสิ่งที่เขาทำได้จริง
หรือยังใช้ปีเกิดเป็นคำตอบโดยไม่ต้องผ่านการประเมิน
Source:
- NCFE, “No One Left Offline: A Snapshot of Essential Digital Skills in the UK” (เมษายน 2568; แบบประเมินเปิดระหว่าง 2–27 กันยายน 2567 มีผู้เข้าร่วม 438 คน): https://www.ncfe.org.uk/media/k31j5pe2/no-one-left-offline-report-april-2025.pdf
- NCFE, “No One Left Offline: Understanding Your Employees’ Digital Skills” โดย David Redden: https://www.ncfe.org.uk/all-articles/no-one-left-offline-understanding-your-employees-digital-skills/
- Learning News, “‘Digital Natives’ May Not Be Digitally Work-Ready” (10 กันยายน 2569; ข่าวจาก NCFE): https://learningnews.com/news/learning-news/2026/digital-natives-may-not-be-digitally-work-ready
- FutureDotNow, “Routes to 20 Million Strategy”: https://futuredotnow.uk/routes-to-20-million-strategy/


.png)

.png)
.png)
.png)