บริษัทข้ามชาติระดับ Fortune 500 แห่งหนึ่งต้องการให้พนักงานทำงานร่วมกันมากขึ้น บริษัทจึงเปลี่ยนพื้นที่ทำงานที่มีผนังและขอบเขตกั้นอยู่ ให้กลายเป็นพื้นที่เปิดโล่งมากขึ้น
เมื่อไม่มีอะไรกั้น
คนมองเห็นกันมากขึ้น
เดินไปหากันง่ายขึ้น
การพูดคุยก็น่าจะมากขึ้น
แต่หลังเปลี่ยนออฟฟิศ สิ่งที่เกิดขึ้นกลับตรงกันข้าม...
การพูดคุยแบบเห็นหน้ากันลดลง 72%
ไม่ได้ถามว่าคุยมากขึ้นไหม แต่วัดว่าใครคุยกับใครจริงๆ
ปี 2018 Ethan Bernstein จาก Harvard Business School และ Stephen Turban จาก Harvard University ตีพิมพ์งานวิจัย The impact of the ‘open’ workspace on human collaboration
ความน่าสนใจของงานชิ้นนี้คือ นักวิจัยไม่ได้แจกแบบสอบถามแล้วถามพนักงานว่า “รู้สึกว่าคุยกับเพื่อนร่วมงานมากขึ้นหรือไม่?” แต่ติดตามพฤติกรรมที่เกิดขึ้นจริง
ในการศึกษาแรก พนักงาน 52 คนสวม sociometric badge ที่ใช้เซ็นเซอร์ตรวจจับการปฏิสัมพันธ์แบบเห็นหน้ากัน และนักวิจัยยังวิเคราะห์ข้อมูลอีเมลกับ instant messaging จากระบบของบริษัท เพื่อเปรียบเทียบพฤติกรรมก่อนและหลังเปลี่ยนพื้นที่ทำงาน
ผลออกมาสวนทางกับสิ่งที่บริษัทต้องการ
เวลาที่ใช้สื่อสารแบบเห็นหน้ากันลดลง 72%
ขณะที่การสื่อสารผ่านหน้าจอกลับเพิ่มขึ้น
อีเมลที่ส่งเพิ่ม 56%
อีเมลที่ได้รับเพิ่ม 20%
อีเมลที่ถูก cc เพิ่ม 41%
และ instant messaging เพิ่ม 67%
หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ
เอาสิ่งที่กั้นคนออก
แต่คนกลับหันไปหาหน้าจอมากขึ้น
นักวิจัยจึงศึกษาอีกบริษัทหนึ่ง และพบรูปแบบเดียวกัน คือเมื่อพื้นที่เปิดมากขึ้น การสื่อสารแบบเห็นหน้ากันกลับลดลงอย่างมากเช่นกัน
ปัญหาอาจไม่ใช่กำแพง
เรื่องของ Open Office กลายเป็นเรื่องของการ RETHINK เพราะสิ่งที่น่ารื้อก่อนออฟฟิศ อาจเป็นสมมติฐานง่ายๆ ที่ว่า “ถ้าคนนั่งใกล้กัน เขาจะคุยกันมากขึ้น”
พื้นที่เปิดทำให้การเข้าถึงคนอื่นง่ายขึ้นจริง แต่ขณะเดียวกัน มันก็ทำให้เราถูกมองเห็นมากขึ้นเช่นกัน
บทสนทนาที่เคยเกิดขึ้นหลังฉากกั้น อาจกลายเป็นบทสนทนาที่คนรอบข้างมองเห็นหรือได้ยิน การเดินไปหาใครสักคนก็เกิดขึ้นท่ามกลางสายตาของคนอื่น
มนุษย์จึงอาจสร้างขอบเขตของตัวเองกลับขึ้นมาในรูปแบบอื่น
ใส่หูฟัง
ก้มหน้ามองจอ
ไม่สบตา
หรือเลือกส่งข้อความแทนการเดินไปคุย
กำแพงหายไปจากออฟฟิศ
แต่ boundary ระหว่างคนอาจไม่ได้หายตามไปด้วย
มองเห็นกันมากขึ้น ไม่ได้แปลว่าจะคุยกันมากขึ้น
งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในปี 2024 ทำให้เรื่องนี้น่าสนใจขึ้นไปอีก เมื่อนักวิจัยศึกษาความสัมพันธ์ระหว่าง visual privacy กับ work-process interaction ใน open-plan office และพบว่า เมื่อพนักงานมองเห็นเพื่อนร่วมงานจำนวนมากขึ้น กลับสัมพันธ์กับจำนวน interaction ที่น้อยลง
ข้อสรุปของงานไม่ได้บอกว่าเราต้องสร้างกำแพงกลับขึ้นมาทั้งหมด แต่มันชวนให้มองพื้นที่ทำงานใหม่ว่า
Visibility กับ Interaction ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน
การทำให้คน “มองเห็นกัน” จึงไม่จำเป็นต้องทำให้คน “เชื่อมโยงกัน”
นี่คือจุดที่ REIMAGINE เริ่มต้น แทนที่จะจินตนาการถึงออฟฟิศแห่ง collaboration ว่าเป็นพื้นที่เปิดขนาดใหญ่ที่ทุกคนมองเห็นทุกคน
เราอาจต้องจินตนาการใหม่ว่า พื้นที่ที่ทำให้คนทำงานร่วมกันได้ดีควรมีทั้ง
พื้นที่ที่เจอกันได้ง่าย
พื้นที่ที่คุยกันได้โดยไม่ต้องกังวลว่าคนอื่นกำลังฟัง
และพื้นที่ที่คนสามารถทำงานโดยไม่ถูกรบกวน
เพราะคนคนเดียวไม่ได้ต้องการพื้นที่แบบเดียวตลอดวัน
จาก “ออกแบบพื้นที่” เป็น “ออกแบบพฤติกรรม”
นี่จึงไม่ใช่แค่เรื่องของฝ่ายอาคาร ฝ่ายจัดซื้อ หรือ Interior Designer
เพราะทุกครั้งที่องค์กรขยับโต๊ะ
ย้ายห้องประชุม
เอาฉากกั้นออก
สร้างพื้นที่ส่วนกลาง
หรือกำหนดว่าใครต้องเข้ามาทำงานวันไหน
สิ่งที่กำลังถูกออกแบบไปพร้อมกันคือ พฤติกรรมของคน
ใครจะเจอใคร
ใครจะกล้าเดินไปถามใคร
บทสนทนาแบบไหนจะเกิดขึ้น
และเมื่อไรที่คนสามารถมีพื้นที่ของตัวเอง
ถ้าเป้าหมายคือให้ทีมต่างสายงานเจอกันมากขึ้น การ REDESIGN จึงอาจไม่ใช่แค่เอากำแพงออก
แต่อาจต้องกลับไปออกแบบว่า
อะไรคือเหตุผลที่ทำให้คนเหล่านั้นต้องมาเจอกันจริงๆ
จุดไหนควรเป็นพื้นที่ร่วม
ตรงไหนควรคุยได้โดยมี privacy
และงานแต่ละแบบต้องการสภาพแวดล้อมต่างกันอย่างไร
นี่ต่างหากคือการออกแบบพื้นที่จากพฤติกรรมที่เราอยากให้เกิดขึ้น แทนการหวังว่าพฤติกรรมนั้นจะเกิดขึ้นเองเพียงเพราะเราขยับเฟอร์นิเจอร์
บริษัทในงานวิจัยต้องการให้คน collaborate กันมากขึ้น
จึงรื้อสิ่งที่มองเห็นได้ง่ายที่สุดออกไป ซึ่งก็คือ "กำแพง"
แต่ผลลัพธ์กลับชวนให้เรารื้ออีกอย่างหนึ่งแทน
รื้อความเชื่อเดิม
มองวิธีทำงานใหม่
แล้วค่อยออกแบบพื้นที่ขึ้นมาอีกครั้ง
เพราะการ รื้อกรอบ พลิกเกม ออกแบบอนาคต อาจไม่ได้เริ่มจากการสร้างสิ่งใหม่เสมอไป
เพราะว่าสิ่งที่เรากำลังจะรื้อ
คือสิ่งที่ขวางคนอยู่จริง ๆ หรือเปล่า?
Source
Bernstein, E. S. & Turban, S. (2018). The impact of the ‘open’ workspace on human collaboration. Philosophical Transactions of the Royal Society B, 373(1753). https://royalsocietypublishing.org/doi/10.1098/rstb.2017.0239
Harvard DASH — Full paper record https://dash.harvard.edu/entities/publication/890a4d8f-e65b-4c5e-a9d9-884fb1526fab
PubMed https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/29967303/
งานต้นฉบับยืนยันผู้เขียน ปีที่ตีพิมพ์ วารสาร และการศึกษาการเปลี่ยนจากพื้นที่ที่มี spatial boundaries ไปสู่พื้นที่เปิดในสององค์กร
Güler, G. Y. & Demirkan, H. (2024). Evaluating the relationship between visual privacy and work-process interactions in open-plan offices: a space syntax approach. https://doi.org/10.1108/ARCH-03-2024-0123


.png)

.png)
.png)
.png)