>
ข้อความจากหัวหน้าเด้งมาตอนสามทุ่ม... ไม่ตอบได้ไหม?
Article
October 6, 2026

ข้อความจากหัวหน้าเด้งมาตอนสามทุ่ม... ไม่ตอบได้ไหม?

กฎหมายแรงงานไทยพูดถึงสิทธิปฏิเสธการติดต่อนอกเวลาสำหรับการทำงานนอกสถานประกอบการมาตั้งแต่เมื่อปี 2566 แต่โจทย์อาจไม่ใช่แค่มีสิทธิหรือไม่ หากคือองค์กรออกแบบ “เส้นแบ่งของงาน” ชัดพอหรือไม่ ที่จะให้พนักงานรู้ว่าอะไรที่ต้องตอบ และอะไรที่พรุ่งนี้ค่อยตอบได้

‍

บางองค์กรมีเวลาทำงานชัดเจนว่าเริ่มกี่โมง เลิกกี่โมง

แต่พอเป็น LINE อีเมล หรือ Teams หลังเวลางาน กลับไม่มีกติกาว่า “ส่งมาแล้วหมายความว่าอะไร”

เรื่องนี้อาจดูเหมือนมารยาทในการทำงานเล็ก ๆ แต่กฎหมายแรงงานไทยพูดถึงเส้นแบ่งนี้มาตั้งแต่ปี 2566 แต่กลับมีคำถามที่น่าสนใจกว่าคือ...

ถ้าเรามีกฎหมายที่วางเส้นแบ่งไว้แล้ว องค์กรออกแบบวิธีทำงานให้เห็นเส้นแบ่งนั้นแล้วหรือยัง?

‍

ในออฟฟิศ เรารู้ว่าเวลาไหนคือเวลางาน แต่พองานย้ายมาอยู่ในโทรศัพท์ เส้นนั้นกลับไม่ชัดเหมือนเดิม

หัวหน้าส่ง LINE มาตอนสามทุ่ม คนส่งอาจคิดแค่ว่า “ส่งไว้ก่อน เดี๋ยวลืม”

แต่คนรับอาจกำลังคิดว่า “ต้องตอบตอนนี้ไหม?”

เรื่องนี้ไม่ได้เป็นเพียงคำถามเรื่องมารยาทในการทำงานอีกต่อไป

‍

กฎหมายไทยพูดถึงเรื่องนี้มาตั้งแต่ปี 2566

วันที่ 19 มีนาคม 2566 มีการประกาศ พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2566 เพิ่มมาตรา 23/1 และมีผลใช้บังคับวันที่ 18 เมษายน 2566

มาตรานี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการตกลงให้ลูกจ้างทำงานที่บ้านหรือสถานที่อื่นนอกสถานประกอบการ รวมถึงการทำงานผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศ มีข้อความช่วงหนึ่งที่น่าสนใจมาก

"...เมื่อสิ้นสุดเวลาทำงานปกติที่ตกลงกัน หรือสิ้นสุดงานที่นายจ้างมอบหมายแล้ว ลูกจ้างมีสิทธิปฏิเสธการติดต่อสื่อสารกับนายจ้าง หัวหน้างาน ผู้ควบคุมงาน หรือผู้ตรวจงาน ไม่ว่าในทางใด ๆ เว้นแต่ลูกจ้างจะให้ความยินยอมเป็นหนังสือไว้ล่วงหน้า..."

ดังนั้นสิ่งที่กฎหมายกำลังพูดถึงจึงไม่ใช่แค่ “โทรศัพท์”

LINE
อีเมล
Teams
หรือช่องทางสื่อสารอื่น ๆ ก็อยู่ในโลกการทำงานเดียวกัน

แต่ต้องระวังจุดสำคัญหนึ่ง คือ มาตรา 23/1 ไม่ได้หมายความว่าพนักงานไทยทุกคนมี Right to Disconnect แบบครอบคลุมทุกสถานการณ์ เพราะบทบัญญัตินี้อยู่ในบริบทของการทำงานนอกสถานประกอบการและการทำงานผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศ

‍

Right to Disconnect ในต่างประเทศ

ออสเตรเลียเริ่มใช้ Right to Disconnect วันที่ 26 สิงหาคม 2024 สำหรับลูกจ้างของนายจ้างที่ไม่ใช่ธุรกิจขนาดเล็ก และขยายมายังลูกจ้างของธุรกิจขนาดเล็กวันที่ 26 สิงหาคม 2025

สิทธิของออสเตรเลียกว้างกว่าแนวทางในมาตรา 23/1 ของไทย กล่าวคือ ลูกจ้างมีสิทธิปฏิเสธที่จะติดตาม อ่าน หรือตอบการติดต่อเกี่ยวกับงานนอกเวลาทำงานได้ เว้นแต่การปฏิเสธนั้นจะถือว่า ไม่สมเหตุสมผล

แม้ว่าโดยข้อมูลแล้ว “ไทยมี Right to Disconnect ก่อนออสเตรเลีย” แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าการแข่งกันว่าใครมีกฎหมายก่อน คือ...

ทำไมเรื่องที่กฎหมายไทยพูดถึงมาตั้งแต่ปี 2566
ยังเป็นเรื่องที่คนทำงานจำนวนมากต้องเดากันทุกคืน?

‍

รื้อกรอบว่า “ติดต่อได้” เท่ากับ “ต้องพร้อมตอบ”

เทคโนโลยีทำให้เราติดต่อกันได้ตลอดเวลา แต่นั่นไม่ได้แปลว่า เวลาทำงานต้องขยายตามเทคโนโลยีไปด้วย

ปัญหาอาจไม่ใช่ว่าหัวหน้าส่งข้อความตอนสามทุ่ม แต่อยู่ที่องค์กรไม่เคยตกลงกันว่า ข้อความตอนสามทุ่มหมายความว่าอะไร?

ถ้าหัวหน้าส่งเพราะกลัวลืม แต่ลูกน้องคิดว่าต้องตอบทันที ความกดดันก็เกิดขึ้นโดยที่คนส่งอาจไม่ได้ตั้งใจสร้างมันเลยด้วยซ้ำ

นี่คือกรอบแรกที่อาจต้องรื้อ

จากคำถามว่า “ทำไมพนักงานไม่รู้จักปิดโทรศัพท์?” เป็น

“ทำไมพนักงานต้องเป็นคนเดาเองว่าเมื่อไรควรปิด?”

‍

พลิกเกมจาก Work-Life Balance เป็น Work Boundary

เราอาจพูดเรื่อง Work-Life Balance กันมานาน แต่ Balance มักทำให้ความรับผิดชอบตกไปอยู่กับแต่ละคน

จัดเวลาให้ดี
ปิด Notification เอง
อย่าเปิดเมลก่อนนอน
รู้จักแยกงานออกจากชีวิต

ลองมองใหม่ว่า เรื่องนี้อาจไม่ใช่แค่ทักษะส่วนบุคคล แต่เป็น Work Boundary ที่องค์กรสามารถออกแบบได้

ข้อความหลังเวลางานอาจแบ่งง่าย ๆ เป็นสองประเภท

“ส่งไว้ก่อน” ไม่ต้องอ่าน ไม่ต้องตอบ จนกว่าจะถึงเวลางาน

กับ “เร่งด่วน” ต้องการการตอบสนองจริง และองค์กรมีนิยามชัดว่าเหตุการณ์แบบไหนจึงเรียกว่าเร่งด่วน

‍

เพราะถ้าทุกอย่างด่วนได้หมด สุดท้ายคำว่า “ด่วน” ก็ไม่มีความหมาย

‍

ออกแบบกติกา ไม่ใช่แค่บอกให้คนพัก

นี่อาจเป็นพื้นที่เล็ก ๆ ที่ HR สามารถเริ่ม Redesign วิธีทำงานได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มจาก Policy ยาวหลายหน้า แค่ตอบคำถามพื้นฐานให้ชัดก่อนว่า

ข้อความหลังเวลางานหมายถึงอะไร?

อะไรคือเรื่องที่รอวันพรุ่งนี้ได้?

อะไรคือเหตุฉุกเฉินที่จำเป็นต้องติดต่อ?

ใครบ้างที่ตำแหน่งงานจำเป็นต้องพร้อมรับการติดต่อ?

ถ้าต้องพร้อมทำงานนอกเวลา องค์กรจัดการเรื่องเวลาทำงานและค่าตอบแทนอย่างไร?

และที่สำคัญที่สุด...

คนในองค์กรรู้กติกาเดียวกันหรือยัง?

‍

เพราะต่อให้มีสิทธิอยู่ในกฎหมาย แต่ถ้าวัฒนธรรมของทีมยังทำให้คนรู้สึกว่า “ไม่ตอบ = ไม่ทุ่มเท” เส้นแบ่งนั้นก็อาจไม่มีอยู่จริงในชีวิตการทำงาน

‍

Future of Work อาจเริ่มจากการรู้ว่าเมื่อไรงานควรจบ

เรามักพูดถึงอนาคตการทำงานด้วย AI ระบบอัตโนมัติ Hybrid Work และเครื่องมือใหม่ ๆ แต่บางทีการออกแบบ Future of Work ไม่ได้เริ่มจากการเพิ่มอะไรเข้าไป

มันอาจเริ่มจากการกลับมาดูสิ่งที่มีอยู่ แล้วถามใหม่ว่า กติกานี้ยังเหมาะกับวิธีทำงานวันนี้หรือเปล่า?

RETHINK — รื้อกรอบว่าออนไลน์แปลว่าพร้อมทำงาน
REIMAGINE — พลิกเกมจากการให้แต่ละคนรักษา Work-Life Balance มาเป็นการสร้าง Work Boundary ร่วมกัน
REDESIGN — ออกแบบกติกาการติดต่อให้ทุกคนรู้ว่าอะไรต้องตอบ และอะไรพรุ่งนี้ค่อยตอบได้

เพราะเทคโนโลยีไม่ได้ทำให้คนต้องพร้อมทำงานตลอดเวลาโดยตัวมันเอง ความไม่ชัดเจนต่างหากที่ทำ

‍

แล้วในองค์กรของคุณ...

ข้อความที่ส่งตอนสามทุ่ม แปลว่าอะไร?

‍

Source

พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2566 — ราชกิจจานุเบกษา
https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/140A020N0000000005600.pdf

กรมประชาสัมพันธ์ — กฎหมายแรงงานฉบับใหม่ รองรับ Work from Home
https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/168469

KPMG — Thailand: New Labor Rules Supporting Work from Home
https://kpmg.com/xx/en/our-insights/gms-flash-alert/flash-alert-2023-088.html

Fair Work Ombudsman — Right to disconnect
https://www.fairwork.gov.au/employment-conditions/right-to-disconnect

Fair Work Ombudsman — Right to disconnect starts for small business employees, 26 August 2025
https://www.fairwork.gov.au/newsroom/media-releases/2025-media-releases/august-2025/20250826-right-to-disconnect-starts-for-small-business-employees-media-release

Tag:
Article
Share this post:
ถนอมรัตน์ ฟองเลา
Content Curator & Editor

Related Knowledge Hub

Join for free and get personalized recommendations, updates and offers.
Article
ยิ่งสัมภาษณ์ ยิ่งรู้จักผู้สมัครจริงหรือ? เมื่อบทสนทนาอาจทำให้เราเลือกคนได้แย่ลง
การได้สัมภาษณ์เพิ่มเติมไม่ได้ทำให้การทำนายแม่นขึ้นเสมอไป และอาจทำให้เรามั่นใจในเรื่องราวที่สร้างขึ้นมากกว่าหลักฐาน ชวน Rethink ห้องสัมภาษณ์ และ Redesign การคัดเลือกจากการ “อ่านคน” สู่การตัดสินใจที่มีโครงสร้างและอธิบายได้
October 6, 2026
Article
ในวันแรกของพนักงานใหม่ เราแนะนำให้เขารู้จักองค์กร จนลืมรู้จักเขาหรือเปล่า?
งานวิจัยกับพนักงานใหม่ 605 คนพบว่า เพียงออกแบบประสบการณ์ 1 ชั่วโมงในวันแรกให้เริ่มจาก “ตัวตนของพนักงาน” แทนการพยายามหลอมพนักงานให้เข้ากับองค์กร โอกาสลาออกใน 6 เดือนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นแล้ว Onboarding ที่เราใช้อยู่ทุกวันนี้ กำลังเริ่มต้นจากคำถามที่ผิดที่ผิดทางหรือเปล่า?
October 6, 2026
Article
ลองรื้อกำแพงออฟฟิศทั้งชั้น แต่พนักงานกลับคุยกันน้อยลง 70%
1 ในบริษัท Fortune 500 รื้อกำแพงออฟฟิศเพื่อให้พนักงานคุยกันมากขึ้น แต่การพูดคุยต่อหน้ากลับลดลงกว่า 70% เมื่อการออกแบบพื้นที่เริ่มจากสมมติฐานผิด สิ่งที่ควรรื้ออาจไม่ใช่กำแพง แต่เป็นวิธีคิดเบื้องหลังมัน
October 6, 2026