>
"แค่ลงเวลาทำงาน จำเป็นต้องใช้ใบหน้าหรือลายนิ้วมือด้วยหรือ?" คำถามจากพนักงานชวนองค์กรให้กลับมาคิดใหม่
Article
October 1, 2026

"แค่ลงเวลาทำงาน จำเป็นต้องใช้ใบหน้าหรือลายนิ้วมือด้วยหรือ?" คำถามจากพนักงานชวนองค์กรให้กลับมาคิดใหม่

เรามักเลือกเครื่องลงเวลาจากความเร็วและความแม่นยำ แต่กรณี Serco Leisure ชวนถามอีกข้อ "หากพนักงานไม่ต้องการสแกนใบหน้าหรือลายนิ้วมือ ระบบมีทางเลือกให้เขาหรือเปล่า?"

‍

ถ้าพนักงานไม่อยากสแกนหน้าเพื่อเข้างาน เขาจะลงเวลาด้วยวิธีไหน?

คำถามนี้กลายเป็นประเด็นใหญ่ของ Serco Leisure ผู้ให้บริการศูนย์นันทนาการในสหราชอาณาจักร เมื่อหน่วยงานกำกับดูแลข้อมูลส่วนบุคคลของอังกฤษ หรือ ICO ตรวจสอบระบบลงเวลาที่ใช้กับพนักงานกว่า 2,000 คน ในสถานที่ 38 แห่ง

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2024 ICO ออกคำสั่งให้ Serco Leisure และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหยุดใช้ข้อมูลจากการจดจำใบหน้าและสแกนลายนิ้วมือเพื่อตรวจสอบเวลาเข้างาน พร้อมลบข้อมูลชีวมิติที่ไม่มีหน้าที่ตามกฎหมายต้องเก็บไว้ภายในสามเดือน

ปัญหาที่ ICO ชี้ไม่ได้เริ่มจากเครื่องสแกนทำงานผิดพลาด แต่เริ่มจากคำถามว่า จำเป็นแค่ไหนที่พนักงานต้องใช้ใบหน้าหรือลายนิ้วมือเพื่อบันทึกเวลาทำงาน

ICO ระบุว่าองค์กรไม่ได้แสดงให้เห็นว่าการใช้ข้อมูลชีวมิติจำเป็นและได้สัดส่วนกับเป้าหมายนี้ ทั้งที่มีวิธีซึ่งกระทบความเป็นส่วนตัวน้อยกว่า เช่น บัตรพนักงานหรืออุปกรณ์แตะลงเวลา ที่สำคัญ พนักงานไม่ได้รับการเสนอทางเลือกอื่นอย่างชัดเจน การสแกนจึงถูกนำเสนอราวกับเป็นเงื่อนไขของการลงเวลาเพื่อรับค่าจ้าง

ในความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง คำว่า “ยินยอม” ต้องมองให้ลึกกว่าลายเซ็นบนแบบฟอร์ม หากการปฏิเสธทำให้พนักงานไม่รู้ว่าจะเข้างานและรับค่าจ้างอย่างไร เขาจะรู้สึกว่าเลือกได้จริงหรือ?

‍

ข้อมูลชีวมิติ คือข้อมูลที่ได้จากลักษณะเฉพาะของร่างกายและนำไปใช้ระบุตัวบุคคล เช่น ข้อมูลใบหน้าหรือลายนิ้วมือ John Edwards กรรมาธิการข้อมูลของอังกฤษ ชี้ว่าความเสี่ยงของข้อมูลชนิดนี้สูงเป็นพิเศษ เพราะเมื่อเกิดข้อมูลรั่วไหล เราเปลี่ยนใบหน้าหรือลายนิ้วมือใหม่เหมือนเปลี่ยนรหัสผ่านไม่ได้

เรื่องนี้ชวนให้องค์กรกลับมามองเครื่องสแกนที่ใช้กันจนคุ้นตา เรามักถามว่าลงเวลาได้เร็วไหม แม่นไหม ลดงาน HR ได้เท่าไร แต่การ Redesign ระบบลงเวลา อาจต้องเริ่มจากคำถามที่อยู่ก่อนการเลือกเครื่องว่า

เราจำเป็นต้องเก็บข้อมูลชนิดนี้หรือไม่ และคนที่ไม่ต้องการให้เก็บมีวิธีลงเวลาที่ใช้งานได้จริง และไม่เกิดปัญหาอื่น ๆ ตามมาบ้างหรือเปล่า

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของไทยจัดข้อมูลชีวมิติไว้ในกลุ่มข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว การเก็บข้อมูลกลุ่มนี้โดยหลักต้องได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้ง เว้นแต่เข้าข้อยกเว้นที่กฎหมายกำหนด องค์กรจึงควรตรวจทั้งฐานกฎหมาย วัตถุประสงค์ ความจำเป็น ระยะเวลาจัดเก็บ และผู้ที่เข้าถึงข้อมูลได้ ไม่ใช่ดูเพียงว่ามีใบยินยอมอยู่ในแฟ้มหรือไม่

ลองกลับไปดูระบบลงเวลาขององค์กรตัวเอง หากพนักงานคนหนึ่งไม่ต้องการสแกนหน้าหรือลายนิ้วมือ พรุ่งนี้เขาจะลงเวลาอย่างไร และวิธีนั้นจะทำให้เขาเสียสิทธิหรือยุ่งยากกว่าคนอื่นไหม?

คำตอบอาจบอกได้มากกว่าสเปกของเครื่องสแกน ว่าระบบนี้ออกแบบมาโดยนึกถึงทางเลือกของคนทำงานแค่ไหน?

‍

Source:

Tag:
Article
Share this post:
ถนอมรัตน์ ฟองเลา
Content Curator & Editor

Related Knowledge Hub

Join for free and get personalized recommendations, updates and offers.
Article
หัวหน้าคนเดียว... เปลี่ยนความรู้สึกของคนทั้งทีมได้มากแค่ไหน?
หัวหน้างานมีอิทธิพลต่อความผูกพันของพนักงานมากเพียงใด? Gallup พบว่าหัวหน้ามีส่วนอธิบายความแตกต่างของ Employee Engagement ระหว่างทีมได้อย่างน้อยถึง 70%
October 14, 2026
Article
อบรม Cybersecurity ทุกปี ทำไมพนักงานยังตกเป็นเหยื่ออีเมลหลอกลวง?
งานวิจัยจาก UC San Diego Health ศึกษาพนักงานกว่า 19,500 คนตลอด 8 เดือน พบข้อจำกัดของการอบรม Cybersecurity ประจำปีในการป้องกันอีเมลฟิชชิ่ง เรื่องนี้ชวนให้ HR และ L&D กลับมาทบทวนว่า เหตุใดการฝึกอบรมจึงไม่ช่วยให้พนักงานเปลี่ยนพฤติกรมได้จริง
October 14, 2026
Article
บริษัทเก็บ Log พนักงานได้ แต่เอาไปใช้อะไรก็ได้...จริงหรือ?
กฎหมายกำหนดให้องค์กรเก็บข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ แต่การนำ Log พนักงานไปใช้มีขอบเขตแค่ไหน? ชวน HR ทบทวน PDPA ความเป็นส่วนตัว และความไว้วางใจที่เกิดขึ้นในองค์กร
October 14, 2026